รากแก้วความสุข Grass Root of Authentic Happiness
[Date : 19 January 2021 ]
 
Unlock Leadership Potential(1)
[Date : 3 August 2018 ]
 
ความรวยหรือความสุข Mid Life Crisis ของผู้นำ (1)
[Date : 6 June 2018 ]
 
Leadership Reflection เพื่อพัฒนาวุฒิภาวะของผู้นำ
 

Leadership Reflection เพื่อพัฒนาวุฒิภาวะของผู้นำ




     การสร้างและพัฒนาวุฒิภาวะของผู้นำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการในการสะท้อนของการเรียนรู้เพื่อปรับกรอบความคิดในการพัฒนาภาวะผู้นำในด้านข้อจำกัด ความเชื่อ ทักษะ และพฤติกรรมตลอดจนคุณลักษณะของอปุนิสัยทพื้นฐานของศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน 
     หลายครั้งที่ผู้นำติดกับดักของความไม่รู้หรือที่เราเรียนว่า “อวิชา” ทำให้ไม่สามารถก้าวกระโดดทางวุฒิภาวะเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำในขั้นสูงขึ้น เช่นจากการเป็นผู้นำที่สามารถนำตัวเอง มีทักษะในการทำงานอย่างมืออาชีพ แต่ไม่สามารถก้าวไปเป็นผู้นำทีมงานได้เพราะมีข้อจำกัดทางด้านความเชื่อว่าตัวเองคือ Superman เก่งไปหมดทุกอย่างและคนอื่นแย่ไปซะหมดรวมกับขาดทักษะในการสื่อสารและเข้าอกเข้าใจคนที่อยู่รอบข้างทำให้ไม่สามาถเติบโตต่อไปได้
  
     กระบวนการสะท้อนการเรียนรู้ในการพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Reflection) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเปิดรับการพัฒนาและปรับปรุงเพื่อสร้างพิมพ์เขียวในการพัฒนาที่ถูกต้อง ปกติแล้วทุกๆ  5  ถึง  7 ปี เราจะเริ่มติดกับดักความเก่งของตัวเองจากความสำเร็จและความเคยชินที่สะสมมาทำให้ไม่สามารถจะก้าวกระโดดทางวุฒิภาวะได้
    ผู้เขียนมีโอกาสเป็น Leadership Coach ให้กับ  CEO  หลายท่านและสังเกตเห็นได้ชัดว่า การพัฒนาพิมพ์เขียวของวุฒิภาวะของผู้นำของ CEO ที่สามารถสร้างความก้าวกระโดดได้นั้นจะเกิดจากการที่ CEO เหล่านั้นตระหนักถึงช่องว่างของความรู้และกระหายที่จะปิดช่องว่างนั้น ดังนั้นหน้าที่ของ Leadership Coach จะต้องสร้างกระบวนการและบรรยากาศในการสะท้อนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น ดั่งคำที่ว่า
   
    เมื่อใช้  “กระจก” สะท้อน  “ความรู้สึก” จากแววตา
    เมื่อใช้  “คน” สะท้อน “บัญชีใจ” ที่เราฝากหรือถอน
    เมื่อใช้  “กระบวนการค้นหาและปลดปล่อยอัจฉริยภาพ” สะท้อน  “ศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน

ผู้นำที่ประสบความสำเร็จจำเป็นที่เป็นที่จะต้องฝึกฝนความสามารถในการสะท้อนการเรียนรู้ได้ทั้ง 3 มิติ ผู้เขียนเคยจัด Leadership Reflection Workshop ให้กับผู้นำขององค์กรชั้นนำโดยแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 3 มิติด้วยกันก็คือ

    1. กระจก สะท้อน ความรู้สึก
    การบริหารการเปลี่ยนแปลงอารมณ์และความรู้สึกด้วยการเรียนรู้จากการส่องกระจกจะทำให้ผู้นำสามารถใช้ในการควบคุมและสร้างอารมณ์ในมิติต่างๆด้วยสติได้อย่างเท่าทัน ผู้เขียนได้เชิญอาจารย์ทางด้านการกำกับการแสดงมาสอนการสร้าง Build อารมณ์ให้กับผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ของความกลัว ความไม่เชื่อมั่น ความกล้า ความหึกเหิม เพื่อให้ผู้บริหารมีสติเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและสามารถเข้าใจและรู้จักธรรมชาติของอารมณ์ต่างๆ ของตัวเองตลอดจนอารมณ์ของคนที่อยู่รอบข้าง
    ผู้บริหารท่าหนึ่งกล่าวหลังจากดูวิดีโอของสีหน้าของตัวเองในอารมณ์ต่างๆ ทำให้สามารถเข้าใจถึงธรรมชาติของอารมณ์และลักษณะของการแสดงสีหน้าค่าตาในอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อเขาเห็นหน้่าที่ดุดันของความไม่ได้ดั่งใจของตัวเองทำให้มีสติในการเท่าทันอารมณ์ตัวเองทุกครั้งที่ความรู้สึกนั้นของอารมณ์เเกิดขึ้นโดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในห้องประชุม
   
    2. คน สะท้อน บัญชีใจ

    ทุกประสบการณ์ที่เรามีโอกาสมีสัมพันธ์ภาพกับคนรอบข้าง เราจะสร้าง “บัญชีใจ” ขึ้นมาเสมอ ถ้าเราแสดงพฤติกรรมที่เป็นบวกเช่น แคร์ความรู้สึก ชื่นชมคนอื่นด้วยความจริงใจ  เราก็จะฝากความเป็นบวกไว้ในบัญชี แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราดูหมิ่น ไม่เคารพ หรือแทงข้างหลัง คนที่อยู่รอบข้างเราก็จะมีบัญชีใจที่เป็นลบ
    ผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาในกับ CEO ในการเป็นลมใต้ปีกของลูกน้องเสมอ ด้วยการกล่าวชื่มชมพยายามเจียระไนความฝันและให้โอกาสทองเพื่อสร้างฝันให้เป็นจริง เมื่อเราไป survey บัญชีใจของลูกน้องก็สะท้อนออกมาให้เห็นถึงบัญชีที่เป็นบวกเกิดการสร้างความผูกพันและเป็นการสร้างบารมีไปในตัว

    3. กระบวนค้นหาและปลดปล่อยอัจฉริยภาพ สะท้อน ศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
    การสร้างกระบวนการค้นหาและปลดปล่อยอัจฉริยภาพในตัวผู้นำจะเป็นการสร้างกระบวนการสะท้อนการเรียนรู้ด้วยข้อเท็จจริงจากแบบสอบถามความถนัดเชิงอัจฉริยภาพ หรือที่เรียกว่า Multi-Dimension Intelligence Profile (MIP) ซึ่งจะช่วยให้ผู้นำเห็นตัวตนของตัวเองทั้งในด้านอุปนิสัยพื้นฐาน ความชอบ ความเก่ง โอกาสในงานตลอดจนความสามารถในการบริหารอารมณ์ ด้วยข้อเท็จจริงในการวิเคราะห์นี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารตลอดจนสามารถนำไปสร้างพิมพ์เขียวในการพัฒนาภาวะผู้นำได้
    องค์กรชั้นนำในระดับโลกได้นำเอา MIP ไปใช้ทุกครั้งที่มีการทำ Employee Appraisal หรือเมื่อประเมินผลพนักงานเพื่อเป็นเคร่ื่องมือในการสื่อสารในการเข้าถึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในของพนักงานว่าเขารักและชอบในด้าใดและองค์กรสามารถให้โอกาสทจะสะท้อนความสามารถได้อย่างดีที่สุดหรือยัง ผู้บริหารทุกคนจะต้อง Certify ในการวิเคราะห์ MIP เพื่อที่สะสามารถค้นหาแและปลดปล่อยอัจฉริยภาพของทีมงานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ
    
     ผู้บริหารสามารถเข้าถึงแก่นของศักยภาพของอุปนิสัยพื้นฐานก็สามารถปลดปล่อยความสามารถ พัฒนาทักษะให้ตลอดกับโอกาสทั้งยังเป็นการสร้างบัญชีใจที่เป็นบวกซึ่งสะท้อนถึงแววตาที่ลุกวาวของทีมงานที่สามารถมีโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาวุฒิภาวะของผู้นำอยู่ตลอดเวลา 



 
โดย อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร  E-mail : [email protected], Mobile 081-617-7785 
บทความได้รับการเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์


Home    l    About Us    l    Education Program    l    Consulting    l    Clients    l    Online Test
Books & Multi    l    Apic Leadership Review    l    Contact Us